ธรรมมาภิบาล รางวัลธุรกิจที่ภูมิใจ

นับเป็นปีที่ 4 ที่มีการมอบรางวัล ธรรมาภิบาลดีเด่น แก่ธุรกิจขนาดย่อม ในวันคล้ายวันเกิดของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ 9 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา จัดโดยสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสมาคมธนาคารไทย

รางวัลธรรมาภิบาลที่มอบให้ธุรกิจขนาดย่อมที่ปฎิบัติต่อผู้บริโภคโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค และความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับจากสินค้า หรือ บริการ ธุรกิจขนาดย่อมที่ปฎิบัติต่อพนักงานที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ของพนักงาน และมีการกระทำที่สร้างคุณภาพชิวิตที่ดีให้แก่พนักงาน และธุรกิจขนาดย่อมที่ปฎิบัติต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ระมัดระวังดูแลไม่ให้มีการทำลายสิ่งแวดล้อม และจริยธรรมของสังคม และมีการกระทำที่เอื้อประโยชน์แก่สังคม และสิ่งแวดล้อมของประชาชนทั้งที่อยู่รอบด้านและโดยทั่วไป

หลักธรรมาภิบาล คือ การให้ความเป็นธรรมทั้งกับตนเอง พนักงาน ลูกค้า สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้เกี่ยวข้อง โดยการปฎิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ความเปิดเผยโปร่งใส ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ความชอบธรรมยุติธรรม ความมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการมีมาตรฐาน คุณภาพ จริยธรรม เป็นการทั่วไป

ดังนั้น ธรรมาภิบาล จึงเป็นเรื่องที่มีคุณค่าและสำคัญมากที่ควรได้รับการส่งเสริมจากทุกๆส่วนของสังคม เพราะจะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างคุณภาพ และประสิทธิภาพให้แก่สังคมไทยในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่จะพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไป

ธุรกิจที่ยึดถือ “ธรรมาภิบาล” ในการประกอบการ ผลที่ได้รับกลับมาคือ “ความเชื่อถือ” จากลูกค้า สถาบันการเงิน คู่ค้า และสังคมชุมชน เมื่อธุรกิจได้รับ “ความเชื่อถือ” โดยไม่ค้ากำไรเกินควร ไม่เอาเปรียบพนักงาน ตลอดจนผู้ถือหุ้น สังคมและชุมชน ธุรกิจก็สามารถมีกำไร พึ่งตนเองได้ทั้งในยามวิกฤต และในยามปกติ รวมถึงสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ไม่ว่าสถาบันการเงินใดก็อยากจะให้สินเชื่อ และให้ราคาต้นทุนเงินให้กู้ หรือ ดอกเบี้ยที่ถูกลง เพราะปล่อยสินเชื่อให้แล้วปลอดภัยไม่ต้องกลัวจะสูญ

เนื่องจากผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบและธุรกิจไปได้ด้วยดี และเมื่อธุรกิจเจริญเติบโต มีระบบบัญชีการเงินได้มาตรฐานเป็นที่เชื่อถือยอมรับโดยทั่วไปก็จะสามารถนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อให้สามารถแข่งขันกับธุรกิจในต่างประเทศได้ดีขึ้น แต่ถ้าธุรกิจขาด “ธรรมาภิบาล” โอกาสที่จะทำเช่นนั้นได้คงยาก

ในการคัดเลือกเบื้องต้น
1. ประกอบธุรกิจโดยสุจริตไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม และวัฒนธรรมอันดีของสังคม
2. ได้เสียภาษีอย่างเหมาะสม หรือ ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องการเสียภาษี
3. ชำระหนี้ตามกำหนดข้อตกลงกับสถาบันการเงิน และไม่เป็นหนี้ NPLS
4. เงินกองทุนไม่ติดลบ และมีผลประกอบการได้กำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 2 ปีใน 3 ปี ที่ผ่านมา
5. ไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องคดีความ และไม่มีการฟ้องร้องเป็นคดีค้างกันอยู่ หรือ มีคำเตือนจากทางราชการเกี่ยวกับการพิจารณาด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม การจ่ายเงินสมทบจากกองทุนประกันสังคม หากขาดคุณสมบัติตามปัจจัยเบื้องต้นนี้ ข้อใดข้อหนึ่งให้ถือว่าไม่ควรได้รับการพิจารณาต่อไป

– รางวัลธรรมาภิบาลเฉพาะด้าน
บริษัท กล้วยไม้ไทย จำกัด ธุรกิจกล้วยไม้ครบวงจร

เผยแพร่โดย : นิตยาสารผู้จัดการ

Leave a Reply

%d bloggers like this: